เคยไหม? กำลังจะเคลิ้มหลับแต่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียง “ครืดๆ” หรือ “แก๊กๆ” จากเครื่องปรับอากาศ ปัญหา แอร์เสียงดัง ไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าแอร์ของคุณกำลังมีบางอย่างผิดปกติ วันนี้เราจะพาไปเช็ก 5 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้แอร์ไม่เงียบเหมือนเก่า พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้น
5 สาเหตุ แอร์เสียงดังเกิดจากอะไร
1. ฝุ่นเกาะหนาเกินไป (Dirty Filters & Coils)
สาเหตุที่เบสิกที่สุดแต่หลายคนมองข้าม คือการที่ไม่ได้ล้างแอร์เป็นเวลานาน เมื่อฝุ่นไปเกาะที่แผ่นกรอง (Filter) หรือคอยล์เย็นหนาๆ จะทำให้ลมผ่านได้ยาก เครื่องต้องทำงานหนักขึ้นจนเกิดเสียงดังหวีดๆ หรือเสียงลมกระพือ
- วิธีแก้: ถอดฟิลเตอร์มาล้างทุกๆ 2 สัปดาห์ และเรียกช่างมาล้างแอร์แบบเต็มระบบทุก 6 เดือน
2. น็อตหลวมหรือโครงสร้างสั่น (Loose Screws & Vibration)
หากแอร์มีเสียงสั่นสะเทือน “หึ่งๆ” ตลอดเวลา อาจเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของคอมเพรสเซอร์ที่ส่งมายังตัวเครื่องภายใน (Indoor Unit) หากน็อตที่ยึดโครงพลาสติกหรือขาแขวนหลวม จะทำให้เกิดเสียงกระทบกันของวัสดุ
- วิธีแก้: ตรวจเช็กจุดยึดน็อตต่างๆ ของหน้ากากแอร์ว่าปิดสนิทไหม หากเป็นที่ตัวเครื่องสั่น ให้หาแผ่นยางรองมาเสริมบริเวณจุดสัมผัส
3. ใบพัดลมแอร์สกปรกหรือเสียสมดุล (Blower Wheel Issues)
ใบพัดลักษณะทรงกระบอก (Blower Wheel) หากมีฝุ่นเกาะไม่เท่ากันในแต่ละด้าน จะทำให้ใบพัดเสียสมดุล (Unbalance) เวลาหมุนด้วยความเร็วสูงจะเกิดอาการแกว่งและกระแทกกับโครงสร้างจนเกิดเสียงดัง
- วิธีแก้: ใช้แปรงสีฟันเก่าหรือปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดล้างทำความสะอาดใบพัดให้เกลี้ยง หากใบพัดแตกหักควรเปลี่ยนใหม่ทันที
4. มอเตอร์พัดลมเริ่มเสื่อมสภาพ (Faulty Fan Motor)
ถ้าแอร์มีเสียงดัง “เอี๊ยดๆ” เหมือนเหล็กสีกัน หรือเสียงครางจากมอเตอร์ อาจเป็นเพราะลูกปืน (Bearing) ภายในมอเตอร์แห้งหรือแตก หรือแกนมอเตอร์คด
- วิธีแก้: ลองหยอดน้ำมันหล่อลื่นที่แกนมอเตอร์เบื้องต้น แต่ถ้าเสียงยังไม่หายหรือมอเตอร์ร้อนจัด แนะนำให้เปลี่ยนมอเตอร์ตัวใหม่ครับ
5. มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติด (Foreign Objects)
บางครั้งสาเหตุอาจมาจากแขกไม่ได้รับเชิญ เช่น จิ้งจก แมลง หรือเศษใบไม้ที่หลุดเข้าไปในช่องพัดลม เมื่อพัดลมหมุนไปตีกับสิ่งของเหล่านั้นจึงเกิดเสียงดังรัวๆ
- วิธีแก้: ปิดแอร์ สับเบรกเกอร์ลง แล้วลองใช้ไฟฉายส่องดูในช่องส่งลม หากเจอสิ่งแปลกปลอมให้ใช้คีมคีบออกอย่างระมัดระวัง