ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศและพยากรณ์อากาศวันนี้ พบว่าประเทศไทยในหลายพื้นท่ายังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย สรุปประเด็นสำคัญของสภาพอากาศที่ต้องเฝ้าระวังดังนี้
- พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: ภาคเหนือ (ฝน 60% ของพื้นที่) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ฝน 40% ของพื้นที่) มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่มและที่ลาดเชิงเขา
- สภาพอากาศกรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยกลุ่มฝนจะหนาแน่นในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 35-37 องศาเซลเซียส
- เฝ้าระวังคลื่นลมแรง: ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
- อัปเดตพายุหมุนเขตร้อน: พายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) ในมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังเคลื่อนตัวผ่านเกาะไต้หวันและจะขึ้นฝั่งประเทศจีนช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย
เจาะลึกพื้นที่เฝ้าระวังจากรายงานพยากรณ์อากาศวันนี้และสภาพคลื่นลมทะเล
จากการแกะรอยข้อมูลเรดาร์สภาพอากาศภาคพื้นทวีป ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือต้องเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสม โดยจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษประกอบด้วย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน ซึ่งมีสเปกการกระจายตัวของฝนสูงที่สุดในประเทศ ขยับมาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม ยังคงมีเกณฑ์ฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ตลอดวัน สำหรับภาคกลางและภาคตะวันออกจะพบลักษณะฝนกระจายตัวเป็นแห่ง ๆ โดยมีจุดเสี่ยงฝนตกหนักอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีและตราด
ในส่วนของภาคใต้ ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งอันดามันจะมีปริมาณฝนหนาแน่นกว่าฝั่งตะวันออก โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมาความเร็วลมตะวันตกเฉียงใต้ค่อนข้างแรง ส่งผลให้ท้องทะเลอันดามันมีอุปสรรคในการเดินเรือขนาดเล็ก ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลและชาวเรือจำเป็นต้องบริหารจัดการเวลาเดินทางและหลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าใกล้บริเวณที่มีกลุ่มฝนหนาแน่น เนื่องจากความสูงของคลื่นสามารถทวีความรุนแรงเกินกว่า 2 เมตรได้ชั่วคราว
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่วางแผนงบประมาณตารางเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในเส้นทางบินสู่เกาะไต้หวันและพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีน ควรติดตามพอร์ตข้อมูลสภาพอากาศจากสายการบินอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นบาหวี่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณดังกล่าว แม้ว่าทิศทางของพายุจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่ความรุนแรงของพายุอาจทำให้เกิดความล่าช้าในระบบการขนส่งทางอากาศได้
| ภูมิภาคและพื้นที่เป้าหมาย | เปอร์เซ็นต์การเกิดฝนฟ้าคะนอง | อุณหภูมิสูงสุดโดยประมาณ (องศาเซลเซียส) | พื้นที่จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ |
| ภาคเหนือ | 60% | 28 – 34 | แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 40% | 31 – 36 | หนองคาย, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม |
| ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) | 40% | 32 – 35 | ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, ตรัง, สตูล |
| กรุงเทพและปริมณฑล | 30% | 35 – 37 | พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (เน้นช่วงบ่ายถึงค่ำ) |
| ภาคตะวันออก | 30% | 33 – 37 | จันทบุรี, ตราด |
| ภาคใต้ (ฝั่งตะวัน東) | 30% | 33 – 38 | สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ยะลา |
| ภาคกลาง | 20% | 35 – 37 | พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี |
สรุป
ภาพรวม พยากรณ์อากาศวันนี้ ชี้ชัดว่าพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักและปริมาณน้ำฝนสะสม ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเตรียมรับมือฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่ายถึงค่ำ สำหรับชาวเรือในฝั่งอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือเนื่องจากมีสภาพคลื่นลมแรงในบริเวณที่มีฝน