ประกันสังคมแจงยิบ จ่าย 875 บาทต่อเดือน ได้สิทธิอะไรบ้าง เปิด 7 กรณีคุ้มครอง

ประกันสังคมแจงยิบ จ่าย 875 บาทต่อเดือน ได้สิทธิอะไรบ้าง เปิด 7 กรณีคุ้มครอง

ข้อมูลจาก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ออกมาไขข้อสงสัยกรณีการเรียกเก็บ เงินสมทบประกันสังคม ในอัตราสูงสุดเดือนละ 875 บาท (สำหรับผู้ที่มีฐานเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป) โดยยืนยันว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกจัดสรรเข้ากองทุนเพื่อดูแลสิทธิประโยชน์พื้นฐานและเงินออมในอนาคตของผู้ประกันตน ดังนี้

  • สิทธิการรักษาและคลอดบุตร: ครอบคลุมค่ารักษาไม่จำกัดวงเงิน ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท และเงินสงเคราะห์การหยุดงาน
  • เงินสงเคราะห์บุตร: รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน (บุตร 0-6 ปี) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิทธิที่คนทำงานใช้งานมากที่สุด
  • เงินออมชราภาพ: เป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด (525 บาท) โดยนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินสะสม 1,050 บาทต่อเดือน
  • กรณีว่างงาน: รับเงินทดแทนสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน ในวันที่ขาดรายได้จากการออกจากงาน

เจาะโครงสร้างเงินสมทบ 875 บาท จัดสรรไปที่ไหนและคุ้มค่าจริงไหม?

จากการชี้แจงของสำนักงานประกันสังคม พบว่าเงินที่ถูกหักไปในแต่ละเดือนถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตคนทำงาน โดยส่วนแรกจำนวน 262.50 บาท จะถูกนำไปใช้ในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต ซึ่งสิทธิประโยชน์ในส่วนนี้ถือว่ามีความคุ้มค่าสูงเนื่องจาก “กรณีเจ็บป่วย” นั้นไม่มีการจำกัดวงเงินในการรักษาตามมาตรฐานของโรงพยาบาลตามสิทธิ

ส่วนที่สองคือ 87.50 บาท สำหรับกรณีว่างงาน ซึ่งเป็นเสมือนประกันความเสี่ยงในอาชีพ และส่วนที่สามซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดคือ 525 บาท จะถูกจัดเก็บเป็นเงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร สัดส่วนนี้เองที่หลายคนอาจไม่รู้สึกว่าได้รับสิทธิทันที แต่ในความเป็นจริงคือนายจ้างจะจ่ายสมทบเพิ่มให้อีก 100% เต็ม ทำให้เงินออมในส่วนนี้เติบโตเป็นสองเท่าจากที่ผู้ประกันตนจ่ายจริง

แม้ในช่วงปี 2568-2569 จะมีกระแสคำถามเกี่ยวกับผลกำไรของกองทุนประกันสังคมที่สูงกว่า 80,000 ล้านบาท แต่ทางหน่วยงานยืนยันว่าการจัดเก็บเงินสมทบยังคงจำเป็นเพื่อรักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพระยะยาวของกองทุน โดยเฉพาะในยุคที่สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องมีการจ่ายเงินบำนาญชราภาพจำนวนมหาศาลในอนาคต ดังนั้นเงินที่จ่ายไปจึงไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นเงินออมที่ “ยังไม่ถึงเวลาเบิก” สำหรับผู้ที่ยังทำงานอยู่นั่นเอง

บทสรุปสิทธิประโยชน์ที่ต้องรู้

การจ่ายเงินสมทบประกันสังคม 875 บาท ไม่ใช่การจ่ายทิ้ง แต่เป็นการซื้อสวัสดิการคุ้มครอง 7 กรณีที่ครอบคลุมทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิด (คลอดบุตร) จนถึงวัยเกษียณ (บำนาญ) โดยมีส่วนเงินออมชราภาพเป็นผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเงินก้อน (บำเน็จ) หรือเงินรายเดือน (บำนาญ) พร้อมดอกผลจากการลงทุนของกองทุนเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

Q&A คำถามยอดฮิตเงินสมทบประกันสังคม

ถ้าไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย เงิน 875 บาทที่จ่ายไปจะเสียเปล่าไหม? ไม่เสียเปล่า เพราะเงินส่วนใหญ่ (525 บาท) จะถูกเก็บเป็นเงินออมชราภาพ ซึ่งจะได้รับคืนเมื่ออายุ 55 ปี และหากเสียชีวิตก่อนได้รับสิทธิ เงินก้อนนี้รวมกับเงินสะสมของนายจ้างและดอกผลจะถูกส่งต่อให้ทายาทตามกฎหมายทันที

เงินสงเคราะห์บุตร 1,000 บาทต่อเดือน ได้กี่คน? ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรได้คราวละไม่เกิน 3 คน โดยจะได้รับเงินเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

กรณีว่างงาน จะได้เงินชดเชยเท่าไหร่? ขึ้นอยู่กับสาเหตุการออกจากงาน หากลาออกเองจะได้รับเงินชดเชย 30% ของค่าจ้าง (ฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นเวลา 90 วัน แต่หากเป็นการถูกเลิกจ้าง จะได้รับชดเชย 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 180 วัน โดยเงินเดือนสูงสุดที่นำมาคำนวณคือ 15,000 บาท

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า