หลายคนเข้าใจผิด! หิวบ่อย ไม่ได้แปลว่าต้องกินถี่เสมอ รู้จัก “ความหิวจริง” ก่อนปรับจำนวนมื้ออาหาร

หลายคนที่ต้องการลดน้ำหนักมักเริ่มต้นด้วยการลดจำนวนมื้ออาหาร เหลือเพียงวันละ 2 มื้อ หรือบางคนเลือกทำ IF (Intermittent Fasting) เพราะเชื่อว่าจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ความหิว” มีหลายรูปแบบ และไม่ใช่ทุกครั้งที่รู้สึกอยากกิน จะหมายความว่าร่างกายต้องการพลังงานจริง ๆ

ความหิวสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • ความหิวทางร่างกาย (Physical Hunger) เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ร่างกายต้องการพลังงาน มีอาการท้องร้อง อ่อนแรง หรือเวียนศีรษะ
  • ความหิวทางอารมณ์ (Emotional Hunger) เกิดจากความเครียด ความเบื่อ หรือความเคยชิน มักอยากกินของหวาน ของทอด หรืออาหารที่ชอบเป็นพิเศษ

หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อรู้สึกหิว ควรรีบกินทันที หรือในทางกลับกัน ฝืนอดอาหารทั้งที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือน ซึ่งทั้งสองแบบอาจไม่เหมาะกับทุกคน

ก่อนตัดสินใจลดจำนวนมื้ออาหาร ควรสังเกตตัวเองว่า ความหิวที่เกิดขึ้นเป็นแบบใด เพราะหากเป็นความหิวจริง การฝืนอดอาหารอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง สมาธิสั้น และเสี่ยงกินมากเกินไปในมื้อถัดไป

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนเหมาะกับจำนวนมื้ออาหารไม่เท่ากัน ยังขึ้นอยู่กับ

  • อายุ
  • กิจกรรมในแต่ละวัน
  • โรคประจำตัว
  • เป้าหมายด้านสุขภาพ
  • ปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องใช้

ดังนั้นจึงไม่มีสูตรตายตัวว่าทุกคนควรกินวันละ 2 มื้อ หรือ 3 มื้อเหมือนกัน

หากกำลังวางแผนปรับพฤติกรรมการกิน ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อน เพราะการลดจำนวนมื้ออาหารอาจให้ผลดีในบางคน แต่ก็อาจไม่เหมาะกับอีกหลายกลุ่มเช่นกัน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความ กินวันละ 2 มื้อ ดีจริงไหม? อย่าเพิ่งตัดมื้อ ถ้ายังไม่รู้ 7 ข้อนี้ ซึ่งอธิบายทั้งข้อดี ข้อควรระวัง และกลุ่มคนที่ไม่ควรลดจำนวนมื้ออาหาร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า