ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย และกระทรวงการคลัง ระบุชัดเจนว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส (หรือคนละครึ่งพลัสเดิม) ไม่สามารถยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM ของธนาคารออมสินได้ เนื่องจากระบบแอปพลิเคชันเป๋าตังถูกพัฒนาและดูแลโดยธนาคารกรุงไทยเพียงผู้เดียว ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเริ่มโครงการมีดังนี้
- วงเงินช่วยเหลือ: รับสิทธิรวม 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน
- สัดส่วนการจ่าย: รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% (เพิ่มขึ้นจากโครงการเดิมที่ช่วย 50%)
- จุดยืนยันตัวตน: ต้องใช้ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ตู้สีเทา) ที่มีเมนู “ยืนยันตัวตน” หรือติดต่อสาขากรุงไทยเท่านั้น
- วันเริ่มโครงการ: คาดการณ์เปิดลงทะเบียน 25 พฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิ 1 มิถุนายน 2569
ขั้นตอนยืนยันตัวตนไทยช่วยไทยพลัส สำหรับผู้สมัครรายใหม่
การลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสสำหรับผู้ที่ไม่เคยมี G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตังมาก่อน จำเป็นต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตน (e-KYC) เพื่อความปลอดภัย โดยเริ่มจากการถ่ายรูปบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าผ่านแอป หากระบบแจ้งว่า “ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้” หรือสแกนใบหน้าไม่ผ่านซ้ำหลายครั้ง ผู้ใช้งานต้องนำบัตรประชาชนไปเสียบที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย สีเทา เพื่อยืนยันข้อมูลในฐานข้อมูลของรัฐก่อน จึงจะกลับมาใช้งานแอปได้ตามปกติ
สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิโครงการรัฐเดิม เช่น คนละครึ่ง หรือเราเที่ยวด้วยกัน และยังมีแอปเป๋าตังที่ใช้งานได้อยู่ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงแค่เข้าไปกดยืนยันการรับสิทธิ (Consent) ภายในแอปเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ระบบจะทำการดึงข้อมูลเดิมมาใช้ได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากและลดโอกาสที่ระบบจะหนาแน่นในช่วงวันแรกของการเปิดโครงการ
เงื่อนไขการรับสิทธิ 4,000 บาท และข้อจำกัดที่ควรทราบ
โครงการไทยช่วยไทยพลัสออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยผู้มีสิทธิจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในบางกลุ่มตามที่เงื่อนไขใหม่กำหนด (อยู่ระหว่างพิจารณาสรุป) วงเงินที่ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือนนั้น รัฐกำหนดเพดานการช่วยจ่ายไว้ 60% ของยอดซื้อ หมายความว่าหากซื้อของ 100 บาท รัฐจะหักจากวงเงินสิทธิ 60 บาท และเราต้องเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อจ่ายเองอีก 40 บาท
จุดเด่นของมาตรการปี 2569 คือความยืดหยุ่นในการใช้เงิน หากในวันนั้นใช้งานไม่หมด ยอดเงินที่เหลือสามารถนำไปทบใช้ในวันถัดไปได้ภายในเดือนเดียวกัน ช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้สะดวกขึ้น แตกต่างจากสมัยคนละครึ่งเฟสแรกๆ ที่กำหนดวงเงินใช้ได้แบบวันต่อวันและตัดสิทธิหากใช้ไม่หมด
เตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 2569
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ที่ผ่านมา แนะนำว่าประชาชนควรตรวจสอบสถานะแอปพลิเคชันเป๋าตังของตนเองตั้งแต่วันนี้ หากพบว่าแอปหมดอายุ หรือต้องอัปเดตข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ควรรีบดำเนินการที่ธนาคารกรุงไทยให้เรียบร้อยก่อนช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแอปหน่วงหรือระบบล่มจากจำนวนผู้เข้าใช้งานมหาศาลในวันเปิดรับสิทธิ
การเตรียมตัวล่วงหน้าโดยเฉพาะเรื่อง “จุดยืนยันตัวตน” เป็นเรื่องสำคัญมาก ย้ำอีกครั้งว่าตู้ ATM ของธนาคารออมสิน หรือธนาคารรัฐอื่นๆ ยังไม่รองรับการยืนยันตัวตนแอปเป๋าตังในโครงการนี้ การเดินทางไปผิดที่อาจทำให้คุณเสียเวลาและพลาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิที่มีโควตาจำกัด 30 ล้านสิทธิได้
สรุปประเด็นสำคัญ
ไทยช่วยไทยพลัสเป็นโครงการที่รัฐช่วยจ่ายถึง 60% วงเงินรวม 4,000 บาท โดยต้องใช้งานผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น การยืนยันตัวตนที่ถูกวิธีต้องทำผ่านตู้ ATM กรุงไทยสีเทาหรือสาขาธนาคาร ไม่สามารถทำผ่านตู้ธนาคารออมสินได้ ผู้ที่เคยมีสิทธิเดิมเตรียมกดยืนยันในแอป ส่วนรายใหม่ควรรีบสมัคร G-Wallet ล่วงหน้า