กองทัพเรือ ยืนยันเหตุการณ์ระทึกขวัญกลางทะเลอาหรับ เมื่อเรือสินค้าติดธงชาติไทยชื่อ Mayuree Naree (มยุรี นารี) ถูกโจมตีด้วยอาวุธปริศนา 2 ครั้งซ้อน บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้หนักจนต้องประกาศสละเรือ สรุปประเด็นสำคัญล่าสุดมีดังนี้
- ความเสียหาย: ตัวเรือถูกยิงเหนือผิวน้ำ 2 ครั้ง ระเบิดลงที่ท้ายเรือและห้องเครื่องจนระบบหลักเสียหายทั้งหมด
- การช่วยเหลือลูกเรือ: จากทั้งหมด 23 ชีวิต ช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 20 ราย อีก 3 รายยังติดอยู่ในเรือ อยู่ระหว่างเร่งนำตัวออกมา
- สถานะผู้ประสบภัย: ยืนยัน “ไม่มีผู้เสียชีวิต” ส่วนรายละเอียดการบาดเจ็บอยู่ระหว่างตรวจสอบ
- พิกัดเกิดเหตุ: น่านน้ำประเทศโอมาน หลังจากเรือเดินทางออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
เปิดลำดับเหตุการณ์โจมตีเรือ “Mayuree Naree” กลางช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ เปิดเผยรายละเอียดว่าเรือสินค้า มยุรี นารี ถูกอาวุธยิงเข้าที่ตัวเรือเหนือผิวน้ำ 2 นัดซ้อน แรงระเบิดส่งผลโดยตรงต่อห้องเครื่องและส่วนท้ายเรือจนเกิดเพลิงไหม้รุนแรง กัปตันเรือตัดสินใจสั่งสละเรือ (Abandon Ship) ทันทีเพื่อรักษาชีวิตลูกเรือทั้งหมด เนื่องจากเรือไม่สามารถควบคุมได้และมีความเสี่ยงที่จะจมหรือเกิดอันตรายเพิ่มเติม
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือหลักของโลก โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือไทยที่ประจำอยู่ในประเทศบาห์เรน ได้ประสานงานร่วมกับทางการโอมานและหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่ เพื่อส่งทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือลูกเรือท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน
แม้เบื้องต้นจะช่วยเหลือลูกเรือออกมาได้แล้ว 20 คน แต่ยังคงมีความกังวลต่อลูกเรืออีก 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังวางแผนเข้าประชิดตัวเรือที่ได้รับความเสียหายเพื่อนำตัวทั้งหมดออกมาอย่างปลอดภัย โดยกองทัพเรือไทยได้ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากกระทบต่อความปลอดภัยของทรัพยากรไทยในต่างแดน
วิเคราะห์ความปลอดภัยการเดินเรือไทยในพื้นที่เสี่ยง
ในขณะนี้กองทัพเรือไทยยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าอาวุธที่ใช้โจมตีมาจากฝ่ายใด หรือเป็นความตั้งใจของกลุ่มขัดแย้งฝ่ายไหนในพื้นที่ แต่เหตุการณ์นี้ได้ตอกย้ำความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบช่องแคบฮอร์มุซที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนประกันภัยเรือและแผนการเดินเรือของบริษัทไทยในตะวันออกกลาง
สำหรับเจ้าของเรือและผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือ ข้อมูลจากเหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซและโอมานกลายเป็น “พื้นที่สีแดง” ที่ต้องมีการประเมินความเสี่ยงใหม่ การประสานงานระหว่างกองทัพเรือไทยและเครือข่ายความมั่นคงสากล (เช่น UKMTO หรือหน่วยงานในบาห์เรน) จะเป็นกุญแจสำคัญในการคุ้มครองเรือสินค้าลำอื่นๆ ที่ยังต้องใช้เส้นทางนี้ในการลำเลียงสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานกลับสู่ประเทศไทย
สรุปประเด็นสำคัญ
เกิดเหตุ เรือสินค้าไทยถูกยิง ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ชื่อเรือ Mayuree Naree ความเสียหายหนักที่ห้องเครื่องจนต้องสละเรือ กองทัพเรือ ยืนยันลูกเรือ 23 คนปลอดภัย (ช่วยแล้ว 20 ยังติดในเรือ 3) และไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุและผู้ลงมือยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึก