สถานการณ์ราคาทองคำโลกในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักมาจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 98.72 หน่วย นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ของตลาดที่มองว่าเฟดมีโอกาสสูงถึง 88.9% ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% ในการประชุม FOMC ช่วงปลายเดือนมกราคมนี้
ปัจจัยการเมืองและภาษีที่กระทบราคาทองคำวันนี้
ประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มร้อนแรงขึ้นเมื่อสหรัฐฯ เข้าชิงตัวประธานาธิบดีมาดูโรแห่งเวเนซุเอลา พร้อมกดดันให้ลดความสัมพันธ์กับขั้วอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ลดลงในระยะยาว แต่ความตึงเครียดระหว่างประเทศจะยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในขณะเดียวกันตลาดกำลังลุ้นคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้เกี่ยวกับคดีภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ภายใต้กฎหมาย IEEPA ซึ่งหากรัฐบาลแพ้คดีและต้องคืนภาษีมหาศาล อาจกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้
- ดัชนีเงินดอลลาร์: แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 98.72 หน่วย กดดันราคาทอง
- นโยบายดอกเบี้ย: ตลาดคาดเฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50%-3.75% สูงถึง 88.9%
- คดีภาษีทรัมป์: ศาลฎีกาเตรียมตัดสินวันศุกร์นี้ หากรัฐแพ้อาจกระทบเศรษฐกิจรุนแรง
- กองทุน SPDR: ปัจจุบันถือครองทองคำคงที่รวมสุทธิ 1,067.13 ตัน
สรุปภาพรวมคือราคาทองคำยังถูกกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด แต่ยังมีแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศและผลการตัดสินคดีภาษีในสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยตรง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม คืนนี้เวลา 20.30 น. เตรียมดูรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดุลการค้าของสหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคม เพื่อประเมินทิศทางตลาดในระยะสั้นต่อไป