สถานการณ์ราคาทองคำโลกในปัจจุบันมีการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักจากการอ่อนค่าของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่ลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 สู่ระดับ 97.45 หน่วย สวนทางกับทิศทางดอกเบี้ยที่ตลาดกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
สรุปประเด็นสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ
- ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ร่วง: ดัชนีดอลลาร์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ที่ปรับลดลงสู่ 4.23% ช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ
- การเลือกประธานเฟดคนใหม่: ตลาดรอคอยการตัดสินใจของปธน.ทรัมป์ ซึ่งมีแนวโน้มเลือกผู้นำเฟดที่มีนโยบายผ่อนคลาย (Dovish) เน้นการลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อทองคำ
- แรงซื้อจากกองทุน SPDR: กองทุนทองคำโลกมีการเข้าซื้อเพิ่ม 0.86 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดถือครองสุทธิรวมอยู่ที่ 1,086.53 ตัน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน
ปัจจัยหนุนและตัวแปรสำคัญที่ทำให้ แนวโน้มราคาทองคำ ปรับตัวสูงขึ้น
ในมุมมองเชิงลึก แนวโน้มราคาทองคำ ได้รับแรงหนุนจากการที่ปธน.ทรัมป์ ได้ประกาศเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ผู้สมัครประธานเฟดคนใหม่ โดยเน้นย้ำว่าต้องการผู้ที่ดำเนินนโยบายแบบ “พิราบ” หรือการสนับสนุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางของรัฐบาล สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนเทขายเงินดอลลาร์และหันมาสะสมทองคำแทน เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย จึงมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาลง
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยแทรกซ้อนที่ต้องระวังคือ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งอาจสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในบางมิติ และการที่ทรัมป์ยกเลิกแผนจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อ EU หลังจากบรรลุข้อตกลงเรื่องความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกกับเลขาธิการ NATO ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อาจมีการฟื้นตัวระยะสั้นและจำกัดช่วงการบวกของราคาทองคำได้ในบางจังหวะ
ตารางสรุปปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ (มกราคม 2026)
| ตัวแปรทางเศรษฐกิจ | สถานะปัจจุบัน | ผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) | ลดลงสู่ระดับ 97.45 | ส่งผลบวก (ทองราคาถูกลงในสกุลอื่น) |
| บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี | ลดลงสู่ระดับ 4.23% | ส่งผลบวก (ลดแรงกดดันสินทรัพย์ไม่มีดอกเบี้ย) |
| นโยบายประธานเฟดคนใหม่ | แนวโน้มผ่อนคลาย (Dovish) | ส่งผลบวกอย่างมากในระยะยาว |
| ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ | สูงกว่าคาดการณ์ | ส่งผลลบ (อาจชะลอการขึ้นของทอง) |
| กองทุน SPDR | ซื้อเพิ่มสุทธิ 1,086.53 ตัน | ส่งผลบวก (สะท้อนแรงซื้อสถาบัน) |
สรุปกลยุทธ์และทิศทาง แนวโน้มราคาทองคำ ในระยะสั้น
สำหรับนักลงทุนที่ติดตาม แนวโน้มราคาทองคำ อย่างใกล้ชิด จะเห็นได้ว่าตลาดทองคำยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นตราบใดที่ดอลลาร์ยังไม่สามารถกลับมายืนแข็งค่าได้อย่างยั่งยืน การที่กองทุน SPDR เริ่มกลับมาสะสมทองคำอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าราคาปัจจุบันยังเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับสถาบันการเงิน การกระจายความเสี่ยงมายังทองคำในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตร NATO จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำ
1. ทำไมดอลลาร์อ่อนค่าแล้วทองถึงขึ้น? ทองคำถูกซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์เป็นหลัก เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง ทำให้ผู้ถือเงินสกุลอื่นสามารถซื้อทองคำได้ในราคาที่ถูกลง ส่งผลให้มีความต้องการซื้อ (Demand) เพิ่มขึ้นและดันให้ราคาสูงขึ้นตามกฎกลไกตลาด
2. นโยบาย Dovish ของประธานเฟดคนใหม่ส่งผลอย่างไร? นโยบาย Dovish หรือนโยบายแบบผ่อนคลาย หมายถึงการสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือปรับลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นการจ้างงานและเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้บอนด์ยีลด์ลดลง และทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
3. การที่ SPDR ซื้อทองคำเพิ่ม บอกอะไรเราได้บ้าง? กองทุน SPDR Gold Shares เป็นกองทุนทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก การที่กองทุนเพิ่มการถือครองทองคำสะท้อนว่านักลงทุนรายใหญ่และสถาบันการเงินมองเห็นแนวโน้มเชิงบวก และเป็นสัญญาณยืนยันถึงความเชื่อมั่นในมูลค่าของทองคำในอนาคต
แม้จะมีข่าวดีเรื่องการยกเลิกภาษี EU แต่ประเด็นเรื่อง “กรีนแลนด์” และความมั่นคงในอาร์กติกยังคงเป็น Surrounding Content ที่ต้องตามต่อ เพราะอาจส่งผลต่อความผันผวนของตลาดโลกได้ทุกเมื่อ แนะนำให้นักลงทุนเน้นการสะสมในช่วงที่ราคาย่อตัวและจับตาประกาศรายชื่อประธานเฟดคนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินทิศทางทองคำในปี 2026 อย่างแท้จริง