ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 03.57 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยนับคะแนนไปแล้วกว่า 93.90% พบความเคลื่อนไหวสำคัญที่ชี้ชะตาการเมืองไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า ดังนี้:
สรุปประเด็นสำคัญจากการนับคะแนน 94%
- พรรคภูมิใจไทย (อันดับ 1): กวาด สส. เขต นำลิ่ว 174 ที่นั่ง ครองฐานเสียงภาคอีสานและภาคกลางอย่างเหนียวแน่น
- พรรคประชาชน (อันดับ 2): ชนะในพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต และครองแชมป์บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ด้วยคะแนนกว่า 9.7 ล้านเสียง
- พรรคเพื่อไทย (อันดับ 3): ได้ สส. เขต 58 ที่นั่ง โดยพบปรากฏการณ์พ่ายแพ้ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่างจังหวัดเชียงใหม่
- ผลประชามติ: ประชาชนเสียงส่วนใหญ่กว่า 60% (19.8 ล้านคน) ลงมติ “เห็นชอบ” ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
- ภาพรวมผู้ใช้สิทธิ: มีประชาชนออกมาใช้สิทธิประมาณ 34.3 ล้านคน คิดเป็น 64.98% ของผู้มีสิทธิทั้งหมด
วิเคราะห์ปรากฏการณ์ “น้ำเงินแลนด์สไลด์” และจุดเปลี่ยนปาร์ตี้ลิสต์
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนภาพ “การเมืองสองระนาบ” อย่างชัดเจน โดยพรรคภูมิใจไทยสามารถทำผลงานในระดับเขตพื้นที่ (Constituency) ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการกวาดที่นั่งทะลุเป้าหมายเดิมไปไกลถึง 174 ที่นั่ง ความสำเร็จนี้มาจากการวางโครงข่ายหัวคะแนนและตัวบุคคลที่แข็งแกร่งในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ทำให้ก้าวขึ้นเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมสูงสุดในฐานะพรรคอันดับ 1
ในทางกลับกัน พรรคประชาชนแม้จะพ่ายแพ้ในเชิงจำนวนที่นั่งเขตทั่วประเทศ แต่กลับได้รับคะแนนนิยมในระดับโครงสร้าง (Structure) อย่างท่วมท้นผ่านคะแนนบัญชีรายชื่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุดมการณ์ของพรรคยังคงครองใจคนเมืองและคนรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ที่สามารถล้มแชมป์เก่าและกวาดที่นั่งได้แบบ “ยกจังหวัด” สะท้อนถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ยังคงฝังรากลึกในสังคมไทย
ประชามติผ่านฉลุย: สัญญาณบวกสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการออกเสียงประชามติที่ผลออกมา “เห็นชอบ” อย่างเป็นเอกฉันท์เกินกว่า 60% ของผู้มาใช้สิทธิ ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และต้องการกติกาการเมืองใหม่ที่เป็นสากลและมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ภารกิจสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วม คือการเดินหน้าจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อตอบสนองอาณัติจากประชาชนในครั้งนี้
สูตรจัดตั้งรัฐบาล 2569: แนวโน้ม “น้ำเงิน-แดง-เขียว”
ด้วยตัวเลข สส. ที่ค่อนข้างชัดเจน สูตรการจัดตั้งรัฐบาลที่นักวิเคราะห์มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สุดคือการรวมตัวกันของ พรรคภูมิใจไทย (174 เขต) + พรรคเพื่อไทย (58 เขต) + พรรคกล้าธรรม (56 เขต) ซึ่งจะทำให้มีเสียงเกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรอย่างรัดกุม ขณะที่พรรคประชาชนยืนยันจุดเดิมในการทำหน้าที่ “ฝ่ายค้านคุณภาพ” โดยไม่ขอจัดตั้งรัฐบาลแข่งเพื่อรักษามาตรฐานการเมืองที่ให้พรรคอันดับ 1 เป็นผู้ริเริ่มกระบวนการ
สรุปภาพรวมสถานการณ์
การเลือกตั้ง 2569 คือการประนีประนอมระหว่าง “พรรคบ้านใหญ่” ที่เน้นพื้นที่ และ “พรรคเชิงอุดมการณ์” ที่เน้นกระแส โดยพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ผลประชามติคือชัยชนะของประชาชนที่ต้องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากนี้ต้องจับตาการประกาศผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. ภายใน 60 วัน และการรวมเสียงโหวตนายกรัฐมนตรีคนถัดไป