ภาพรวมราคาทองคำโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี จะยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.16% แต่ปัจจัยหลักที่ผลักดันราคามาจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะเข้าบริหารเวเนซุเอลาจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ พร้อมเปิดทางให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันเตรียมทุ่มงบขุดเจาะทรัพยากร ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาดโลก
วิเคราะห์ปัจจัยหนุนราคาทองคำและสถานการณ์เศรษฐกิจ
สถานการณ์ตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของสหรัฐฯ โดยหลายฝ่ายกังวลเรื่องการขยายปฏิบัติการทางทหารไปยังโคลอมเบีย เม็กซิโก รวมถึงคำขู่เรื่องการยึดครองกรีนแลนด์ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) จะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 สู่ระดับ 98.59 หน่วยก็ตาม
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามเพิ่มเติมมีดังนี้
กองทุน SPDR: มีการเข้าซื้อทองคำเพิ่ม 2.00 ตัน ทำให้ยอดถือครองสุทธิรวม 1,067.13 ตัน สะท้อนมุมมองบวกของนักลงทุนรายใหญ่
ความเสี่ยงเงินเฟ้อ: ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิสแสดงความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจลากยาวกว่าที่คิด จากผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร
ตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้: จับตาการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ADP) เวลา 20.15 น. ต่อด้วยดัชนี PMI ภาคบริการ และตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS) เวลา 22.00 น.
สรุปได้ว่าราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนหลักจากความไม่แน่นอนทางการเมืองระดับโลกและการเข้าซื้อของกองทุนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในคืนนี้ อาจทำให้ราคามีความผันผวนได้ นักลงทุนควรเฝ้าระวังกรอบราคาอย่างใกล้ชิด