ราคาทองคำโลก ปรับตัวขึ้นในรอบที่ผ่านมา จากแรงหนุนของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาและเข้าจับกุมผู้นำประเทศ เหตุการณ์นี้ทำให้ตลาดกลับมาเปิดโหมดระมัดระวังความเสี่ยง ส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
ความขัดแย้งสหรัฐ–เวเนซุเอลา จุดชนวนแรงซื้อทอง
สถานการณ์ตึงเครียดเริ่มรุนแรงขึ้น หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะเข้าบริหารเวเนซุเอลาชั่วคราวจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ภายหลังการจับกุม นิโคลัส มาดูโร ส่งผลให้จีนและรัสเซียออกมาประณามการกระทำดังกล่าว โดยจีนยังผลักดันให้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จัดประชุมฉุกเฉิน สถานการณ์นี้เพิ่มความไม่แน่นอนในเวทีโลก และกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำ
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดกังวล ได้แก่
- ความเสี่ยงความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ
- บทบาทของจีนและรัสเซียต่อสถานการณ์เวเนซุเอลา
- โอกาสเกิดแรงกระเพื่อมในตลาดพลังงานและการเงินโลก
ดอลลาร์ทรงตัว–บอนด์ยีลด์ลด ช่วยพยุงราคา
ด้านปัจจัยการเงิน ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังทรงตัวแถวระดับ 98.35 จุด ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงจาก 4.19% เหลือ 4.15% ช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาการประกาศรายชื่อประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าบุคคลที่มีแนวโน้มสนับสนุนการลดดอกเบี้ยอาจได้รับเลือก ขณะที่กองทุน SPDR Gold Trust ยังถือครองทองคำเท่าเดิมที่ 1,065.13 ตัน สะท้อนว่ากองทุนใหญ่ยังรอดูความชัดเจนของสถานการณ์
สรุป ทองคำโลก ได้แรงหนุนจากความตึงเครียดสหรัฐ–เวเนซุเอลา บอนด์ยีลด์ที่ลดลง และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินสหรัฐ แม้ดอลลาร์ยังทรงตัว แต่ปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเอื้อต่อการถือครองทองคำในระยะสั้นถึงกลาง นักลงทุนควรติดตามทั้งสถานการณ์การเมืองโลกและทิศทางเฟดอย่างใกล้ชิด