ความสำคัญของ EQ ในยุคปัจจุบัน
การตัดสินความสามารถของแต่ละบุคคลโดยอาศัยผลการทดสอบความฉลาดทางสติปัญญา หรือ IQ เพียงอย่างเดียวนั้น อาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานในยุคปัจจุบันอีกต่อไป เนื่องจากหลายบริษัทเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ มากขึ้น เนื่องจากเป็นทักษะที่เทคโนโลยีไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้
แม้กระแสการพัฒนา EQ จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเห็นผล ความจริงแล้วการพัฒนา EQ สามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านกิจวัตรประจำวัน โดยมี 5 วิธีที่สามารถปฏิบัติได้ดังนี้
1. ทำความเข้าใจและรู้จักอารมณ์ของตัวเอง
ในแต่ละวันเราต้องเผชิญกับสถานการณ์หลากหลาย ทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แทนที่จะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ควรถือโอกาสทำความเข้าใจความรู้สึกของตนเอง เช่น การจดบันทึกอารมณ์เป็นคำอธิบายสั้น ๆ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการควบคุมและจัดการอารมณ์ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของการมี EQ ที่ดี
2. ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี
หลักสำคัญอีกประการหนึ่งของ EQ คือการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีกับผู้อื่น การฝึกเป็นผู้ฟังที่ดีจึงช่วยพัฒนาในจุดนี้ได้ โดยลองเปลี่ยนจากการคิดหาคำตอบในใจตลอดเวลา มาเป็นการใส่ใจกับคำพูดของคู่สนทนาอย่างแท้จริง พร้อมทั้งถามคำถามเพื่อแสดงถึงความใส่ใจ
3. เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้พูดคุยบ้าง
การพูดคุยเรื่องราวของตัวเองตลอดเวลาอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไป เพราะอาจทำให้คู่สนทนารู้สึกเบื่อหน่ายและหลีกเลี่ยงการพูดคุยได้ เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์ย่อมต้องการเล่าเรื่องราวของตนเองเช่นกัน การรู้จักเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แชร์เรื่องราวและสังเกตความสนใจของพวกเขา จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ในอนาคต
4. หยุดพักและปรับอารมณ์เมื่อเจอความกดดัน
หากต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำงาน การหยุดพักเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ถือเป็นวิธีที่ช่วยได้ เช่น การนับ 1 ถึง 10 ในใจอย่างช้า ๆ หรือฮัมเพลงที่ชอบในใจ เพื่อให้ความโกรธหรือความอึดอัดลดลง แทนที่จะปล่อยพลังงานด้านลบออกไปใส่ผู้อื่นซึ่งจะส่งผลเสียต่อตัวเราเอง
5. ทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ในแต่ละวัน
ช่วงเวลาก่อนนอนหลังเลิกงาน ควรใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา คิดถึงสิ่งที่ทำได้ดีและมีความสุขกับความสำเร็จในวันนั้น ๆ ส่วนเรื่องใดยังทำได้ไม่ดีพอก็สามารถคิดหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในวันถัดไป