เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความขัดแย้ง หลายคนอาจเคยประสบกับอารมณ์โกรธที่พุ่งสูงขึ้นจนเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งหากปล่อยให้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีตัดสินใจ อาจนำไปสู่เรื่องที่ต้องเสียใจภายหลัง ล่าสุด นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ และจิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อุบลราชธานี ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา โดยแนะนำ 5 วิธีจัดการอารมณ์โกรธ เพื่อให้เรายังมีพื้นที่ระหว่างความรู้สึกและการกระทำ ดังนี้
1. หยุดก่อน แล้วทำร่างกายให้ช้าลง
ในยามที่โกรธ ร่างกายมักจะตอบสนองด้วยการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น หายใจแรง กล้ามเนื้อเกร็ง และสมองเตรียมพร้อมเข้าสู่โหมดปะทะ การควบคุมอารมณ์จึงเริ่มต้นได้ง่ายที่สุดจากการควบคุมร่างกาย เช่น การหายใจให้ช้าลง ลดโทนเสียงลง และไม่รีบพุ่งเข้าไปหาคู่กรณี
2. ขอเวลานอกหากการพูดคุยมีแต่จะแย่ลง
การเดินออกจากสถานการณ์ความขัดแย้งชั่วคราวไม่ได้หมายความว่าเป็นการยอมแพ้ เราสามารถสื่อสารออกไปตรงๆ ได้ เช่น “ตอนนี้ผมโกรธมาก ขอไปตั้งสติก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกัน” เพราะในบางช่วงเวลาเราไม่ได้กำลังแก้ปัญหา แต่กลับเป็นการเพิ่มปัญหาให้บานปลาย
3. ชะลอการตอบสนองหนึ่งจังหวะ
หลีกเลี่ยงการตัดสินใจเรื่องใหญ่ การส่งข้อความรุนแรง การขับรถตาม หรือการทำอะไรก็ตามด้วยความรู้สึกที่อยากเอาคืนทันที เนื่องจากความโกรธมีลักษณะคล้ายกับคลื่น หากเราไม่เติมเชื้อเพลิงเข้าไป จุดสูงสุดของมันก็จะค่อยๆ ผ่านพ้นไปเอง
4. รู้จักสังเกตสัญญาณเตือนของตัวเอง
หมั่นสังเกตอาการทางร่างกายและจิตใจของตนเอง เช่น ใจเต้นเร็ว หน้าแดง กำหมัดแน่น หรือมีความคิดว่ายอมไม่ได้และต้องเอาคืน หากเราจับความรู้สึกได้ตั้งแต่ระดับต้นๆ (เช่น ระดับ 4-5 จาก 10) จะช่วยให้รับมือและจัดการได้ง่ายกว่าปล่อยให้พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 9-10
5. ถามตัวเองถึงผลลัพธ์ที่ต้องการจริงๆ
ลองทบทวนดูว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือการแก้ปัญหาหรือการเอาชนะ สิ่งที่กำลังจะทำนั้นทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลง และเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญมากพอที่จะเอาความสัมพันธ์ งาน หรืออนาคตเข้าไปแลกหรือไม่
แพทย์จิตแพทย์ระบุเพิ่มเติมว่า ความโกรธถือเป็นเรื่องธรรมชาติและไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่อารมณ์กับพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นแตกต่างกัน การฝึกฝนเพื่อไม่ให้ความโกรธมาเป็นผู้ตัดสินใจแทนเรา จะช่วยให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้โดยเกิดความเสียหายน้อยที่สุด