Browse Tag by สุขภาพ
วาไรตี้

ต้องรู้ ! ‘อาการหลอนว่ามือถือสั่น’ เกิดจากสาเหตุอะไร ?

ถ้ามองในแง่ดี นี่อาจจะเป็นความเคยชินจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือบ่อยๆ เวลาที่มีสายเข้า ข้อความเข้า หรือการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นต่างๆ ตัวเครื่องก็จะมีการสั่นเพื่อแจ้งเตือน ความรู้สึกมันบอกเราว่าอย่างนั้น แต่พอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูกลับพบว่าไม่มีอะไรเข้ามาเลย นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดอาการที่เรียกว่า ‘อาการหลอนว่ามือถือสั่น‘ หรือ ‘Phantom Vibration Syndrome (PSV)‘ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าอาการนี้กัน ว่ามีผลต่อสุขภาพของเรายังไงบ้าง ?

รู้จัก อาการหลอนว่ามือถือสั่น

อาการนี้นับว่าเป็นอาการหลอนรูปแบบหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ชอบตั้งแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือเป็นแบบสั่น ไม่ใช้เสียง แล้วยิ่งหากเรากำลังตั้งตารอข้อความ หรือการตอบจากใครบางคน ก็ยิ่งจะเกิดความคาดหวังทุกครั้งว่าใครคนนั้นจะตอบกลับ บางทีก็อาจเป็นความกังวล ส่งผลให้ระบบประสาทและการรับรู้ตื่นตัวมากกว่าปกติ ร่วมกับเนื้อสัมผัสของเสื้อผ้าในตอนที่เรากำลังขยับตัว ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าโทรศัพท์สั่นเพราะมีข้อความเข้า หรือมีสายโทรเข้ามา

อาการหลอนว่ามือถือสั่น ถือว่าเป็นโรคร้ายหรือไม่ ?

ความผิดปกติ อย่าง อาการหลอนว่ามือถือสั่น นี้ไม่นับว่าเป็นความผิดปกติ หรือเป็นโรคร้ายแรงแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นพฤติกรรม หรือสัญชาตญาณรูปแบบหนึ่งที่ติดกับตัวมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิด เพื่อเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้นกับระบบประสาทแบบทันทีทันใด อีกทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนว่า เรากำลังเสพติดการใช้งานโทรศัพท์มือถือมากเกินไป

แก้ อาการหลอนว่ามือถือสั่น ได้ยังไง ?

  • ลองวางโทรศัพท์มือถือเอาไว้ห่างตัว
  • ลองเปลี่ยนการตั้งค่าแจ้งเตือนจากแบบ ‘สั่น’ เป็นแบบ ‘เสียง’ แทน
  • ย้ายที่เก็บโทรศัพท์มือถือ จากเดิมที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง มาไว้ในกระเป๋าแยกแทน เช่น กระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพาย เพื่อช่วยลดการติดที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาบ่อยๆ ลงได้
  • ลองปิดโทรศัพท์มือถือในระหว่างวัน หากไม่ธุระให้ต้องติดต่อเร่งด่วนอะไร หรืออาจปิดช่วงก่อนเข้านอน
วาไรตี้

อยากลดความอ้วน เลี่ยงไม่กิน ‘แป้ง’ สรุปว่าถูก หรือผิดกันแน่ ?

อยากลดความอ้วน เลี่ยงไม่กิน 'แป้ง' สรุปว่าถูก หรือผิดกันแน่ ?

อยากลดความอ้วน เลี่ยงไม่กิน 'แป้ง' สรุปว่าถูก หรือผิดกันแน่ ?

หลายๆ คนที่ตอนนี้กำลังมีความคิดว่าอยากจะลดน้ำหนักอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวการบริโภคแป้งมาบ้าง ว่าอาหารจำพวกแป้ง หรือข้าวที่เรารับเข้าสู่ร่างกายนั้นจะเปลี่ยนตัวเองไปเป็นน้ำตาลเพื่อกลายเป็นพลังงานให้เราใช้ในการทำกิจกรรมในแต่ละวัน และตัวน้ำตาลนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วน หรือเกิดการสะสมมากจนเกิดความจำเป็นที่ร่างกายจะเรียกไปเผาผลาญได้ เมื่อมีมากๆ เข้าก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การบริโภคอาหารจำพวกแป้งในแต่ละวันเป็นเรื่องที่จำเป็น เนื่องจากแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตนั้นก็เป็นหนึ่งใน 5 หมู่ของอาหารที่ร่างกายต้องการ แล้วอย่างนี้ ถ้าเราเลี่ยงที่จะกินแป้งไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายของเรายังไงกันนะ ?

ทำไม ‘แป้ง’ จึงสำคัญต่อร่างกาย ?

อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่า แป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรต เป็นหนึ่งใน 5 หมู่ของสารอาาหารที่ร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับในแต่ละวัน เมื่อคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่ร่างกาย ก็จะเปลี่ยนตัวเองไปเป็นน้ำตาลกลูโคส ช่วยให้พลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งเดิน วิ่ง ทำงาน หรือออกกำลังกาย หากเราไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอในแต่ละวัน นั่นหมายความว่าเราอาจไม่มีแรงที่จะทำอะไรเลยก็เป็นได้ บางครั้ง ก็อาจทำให้อาการหิวจัด มือสั่น อยากเติมความหวาน แน่นอนว่าการหักดิบไม่กินข้าวเลยนั้นไม่แนะนำ

หากขาด ‘แป้ง’ ไป ก็อาจเป็นอันตรายได้ ?

ลองคิดดูกันเล่นๆ ว่าถ้าเราไม่กินอาหารจำพวกแป้ง หรือน้ำตาลเลย ร่างกายของเราจะเป็นอย่างไร ? อันดับแรกเลย คือ ร่างกายจะไม่มีแรงในการทำกิจกรรมใดๆ เพราะก็บอกแล้วว่าแป้งเป็นแหล่งสร้างพลังงานชั้นดีให้กับร่างกาย เมื่อขาดไป ร่างกายก็จะไปหาพลังงานจากส่วนอื่นๆ มาเผาผลาญแทน โดยจะดึงเอาไขมันและโปรตีนที่อยู่ในร่างกายเนี่ยแหละมาใช้งานก่อน ข้อดี คือ เราอาจจะผอมลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ข้อเสีย คือ ไขมันและโปรตีนเป็นส่วนที่ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ คอยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง เมื่อเจ้าพวกนี้คอยถูกดึงมาใช้งานอยู่เรื่อยๆ ผิวหนังของเราก็จะขาดความชุ่มชื้น กล้ามเนื้ออาจลีบแบบ ร่างกายซูบผอม บางคราวก็อาจเหี่ยวย่นไปเลย

นอกจากนั้น เมื่อร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นไป ระบบการทำงานในร่างกายก็อาจไม่เป็นปกติ ภูมิคุ้มกันอาจบกพร่อง โรคต่างๆ ก็อาจมารุ้มเร้าได้ง่าย นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะในยามที่ร่างกายของเราอ่อนแอลง แบคทีเรีย เชื้อโรค หรือไวรัสก็จะเข้ามาเจริญเติบโตและทำให้เราเกิดโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

กิน ‘แป้ง’ เท่าไหร่ถึงจะพอดี ?

ถึงแม้ว่าเราอยากจะลดแป้งเพื่อรูปร่างที่ดีขึ้นขนาดไหน แต่ร่างกายก็ยังมีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินเท่าไหร่ก็ได้ ต้องมีการจำกัดปริมาณในการบริโภค ไม่แนะนำให้งดกิน ควรกินให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภค ได้แก่ ข้าวที่ไม่ได้ขัดสี หรือขัดสีน้อย อาทิ ข้าวซ้อมมือ ข้างกล้อง ต่อมาก็เป็นขนมปังที่ไม่ฟอกขาว อาทิ ขนมปังโฮลวีท ไปจนถึงผักและผลไม้ที่มีรสหวานน้อย มีกากใยอาหารเยอะ อาทิ ข้าวโพด มันเทศ ซึ่งอาหารเหล่านี้รสชาติก็ไม่ถึงกับแย่ ทั้งยังดีต่อร่างกาย

การกินแป้งในแต่ละมื้อ 1 มื้อกินได้ประมาณ 1 กำปั้นมือ โดยกินให้ครบ 3 มื้อ ส่วนมื้อเย็นก็ให้บริโภคในปริมาณที่น้อยลง เพิ่มเนื้อสัตว์และผักผลไม้เข้ามาทดแทน ไม่แนะนำให้งดแป้งและน้ำตาลอีกเช่นเคย ซึ่งน้ำก็ไม่ควรบริโภคเกินวันละ 6 ช้อน เนื่องจากร่างกายจะนำเอาน้ำตาลไปใช้ไม่ทัน จนเกิดการสะสมภายในตับ อาจทำให้เกิดตับอักเสบได้ ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของตับแข็ง ส่วนน้ำตาลที่เกิดนมาก็จะกลายไปเป็นไขมันสะสมอยู่ตามพุงของเรา

นอกจากการควบคุมปริมาณแป้งและน้ำตาลที่บริโภคแล้ว สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลย คือ การออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน รับรองได้ว่า หากปฏิบัติตามคำแนะนำ รูปร่างของเราก็จะออกมาดี รวมถึงยังได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย